Piyapongpom's Blog
Welcome to My Blog...... ^^
Tuesday, 3 April 2012
สงกรานต์หยุดเเค่ 13-16 เม.ย. วันที่ 17 เม.ย. 2555 ไม่หยุดเพิ่ม
Sunday, 25 March 2012
Thursday, 22 March 2012
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี วัตถุประสงค์ เเนวคิด
วัตถุประสงค์หลัก
เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนให้กับกลุ่มและเครือข่ายสตรีซึ่ง เป็นประชากรส่วนใหญ่ของสังคม ผู้หญิงไทย 18 ล้านคน จาก 33 ล้านคนยังยากจนไม่มีรายได้พอเลี้ยงชีวิตและครอบครัว แต่ยังขาดโอกาสเข้าถึงแหล่งทุน ให้มีเงินทุน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ นำเงินกลับไปเลี้ยงครอบครัว ทั้งนี้ กล่าวได้ว่ากองทุนสตรีเป็นกองทุนที่ต่อยอดจากกองทุนหมู่บ้าน ที่เล็งเห็นศักยภาพของเครือข่ายสตรีในระดับตำบล ที่จะสร้างรายได้ ลดปัญหา พัฒนาเครือข่าย ตามที่นายกรัฐมนตรีมีวิสัยทัศน์ว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรี คือการยกระดับคุณภาพชีวิตของครอบครัว และที่สุดคือการยกระดับรายได้ของประเทศ
แนวคิดการจัดตั้งกองทุนฯ
ได้ต่อยอดมาจากความสำเร็จของกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งผ่านมาเกือบ 10 ปี เงินหมุนเวียนของกองทุนจากที่รัฐบาลจัดสรรไว้ให้ประมาณ 98,000 ล้านบาทในช่วงเริ่มต้น ปัจจุบันได้เพิ่มขึ้นถึงกว่า 160,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 40 ดังนั้นแนวคิดในการบริหารกองทุนฯ ของรัฐบาล จึงใช้แนวทางการบริหารแบบเดียวกันกับกองทุนหมู่บ้าน โดยระยะแรกคือการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อเริ่มดำเนินโครงการ แต่ต่อไปก็จะออกพระราชบัญญัติกองทุนฯ เช่นเดียวกับ พรบ. กองทุนหมู่บ้าน เพื่อจัดสรรเงินกองทุนที่เบิกจ่ายมาจากงบประมาณประจำปี 7,700 ล้าน
ความแตกต่างจากกองทุนหมู่บ้าน
กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการกู้ยืมอย่างเดียว และไม่ได้เป็นการส่งเสริมให้ผู้หญิงกู้เงิน เพียงแต่มีอีกกองทุนที่ให้โอกาสสตรีได้เข้าถึงแหล่งทุน โดยสมาชิกต้องรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ถึงจะยื่นโครงการขอใช้เงินกองทุนได้ นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพของผู้หญิงในทุก มิติ พร้อมสนับสนุนเครือข่ายองค์กรสตรีที่ทำงานเพื่อสตรีอยู่แล้วได้มีงบประมาณ สนับสนุนการทำกิจกรรม ซึ่งถือเป็นการรวมพลังผู้หญิง สร้างสรรค์ประเทศไทย ตามวิสัยทัศน์ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี
ดาวโหลดข้อมูลกองทุน
ขอบคุณข้อมูล จาก http://www.womenfund.thaigov.go.th
Tuesday, 20 March 2012
ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ผลดี ผลเสีย ( ASEAN Community 2015 )
MRAs
การ ประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 9 เมื่อ 7 ตุลาคม 2546 ที่บาหลี อินโดนีเซีย ได้กำหนดจัดทำข้อตกลงร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangements : MRAs)เกี่ยวกับคุณสมบัติของวิชาชีพหลัก แรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี โดยจะเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2558 ในเบื้องต้น ได้ทำข้อตกลงร่วมกันแล้ว 7 สาขา คือ
1.วิศวกรรม (Engineering Services)
2.พยาบาล (Nursing Services)
3.สถาปัตยกรรม (Architectural Services)
4.การสำรวจ (Surveying Qualifications)
5.แพทย์ (Medical Practitioners)
6.ทันตแพทย์ (Dental Practitioners)
7.บัญชี (Accountancy Services)
Saturday, 10 March 2012
นโยบาย รถคันแรก เริ่ม 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
1. เป็นรถยนต์คันแรกของผู้ซื้อที่ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555
2. เป็นรถยนต์ราคาขายปลีกไม่เกิน 1,000,000 บาท/คัน
3. เป็นรถยนต์นั่ง ขนาดความจุกระบอกสูบไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เซนติเมตร/รถยนต์กระบะ (Pick up)/รถยนต์นั่งกึ่งบรรทุก (Double Cab)
4. เป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศ ไม่รวมถึงรถยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนนำเข้าใช้แล้วจากต่างประเทศ (รถยนต์จดประกอบ)
5. คืนเงินเท่ากับค่าภาษีตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน
6. ผู้ซื้อต้องมีอายุ 21 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
7. ผู้ซื้อต้องครอบครองรถยนต์ไม่น้อยกว่า 5 ปี และ
8. การคืนเงินจะคืนให้เมื่อครอบครองรถยนต์ 1 ปี ไปแล้ว (เริ่มจ่ายคืนให้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป)
ส่วนวิธีการดำเนินงานนั้นกำหนดให้
1. ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกดัง กล่าวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2554 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2555 ต้องยื่นคำขอคืนเงินกับกรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ พร้อมเอกสารหลักฐาน ดังนี้ หนังสือยินยอมสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปี สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของผู้ซื้อ สำเนาหนังสือสัญญาเช่าซื้อ (ในกรณีเช่าซื้อ)
2. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่มีหนังสือถึงกรมการขนส่งทางบก หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด เพื่อขอให้ตรวจสอบการครอบครองรถยนต์คันแรก และแจ้งการสละสิทธิ์การโอนภายใน 5 ปีของผู้ซื้อ
3. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจสอบและบันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ลงในระบบคอมพิวเตอร์และในสมุดคู่มือการจดทะเบียน
4. กรมการขนส่งทางบกหรือสำนักงานขนส่งจังหวัด ส่งหนังสือรับรองการครอบครองรถยนต์คันแรก และสำเนาคู่มือการจดทะเบียนที่บันทึก “ห้ามโอนภายใน 5 ปี” ให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ และ
5. กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ตรวจสอบเอกสารหลักฐานต่าง ๆ และสั่งจ่ายเช็คให้แก่ผู้ซื้อตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป.
ขอบคุณที่มาจาก www.Mthai.com
Wednesday, 7 March 2012
ครม.มีมติให้ 9 เม.ย. 2555 เป็นวันหยุดราชการ งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพเจ้าฟ้าเพชรรัตน์
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเสนอการกำหนดวันหยุดและการไว้ทุกข์ งานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ดังนี้ ให้วันที่ 9 เมษายน 2555 เป็นวันหยุดราชการ
และในวันที่ 8-10 เมษายน 2555 ขอความร่วมมือประชาชนไว้ทุกข์โดยทั่วกัน ให้สถานที่ราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ และสถานศึกษาทุกแห่ง ลดธงครึ่งเสา
นอกจากนี้ ขอความร่วมมือสถานที่ต่างๆ ให้งดหรือลดการแสดงเพื่อความบันเทิง พร้อมกับขอความร่วมมือสถานีวิทยุและโทรทัศน์ ควบคุมดูแลรายการที่ออกอากาศให้เหมาะสม
หมายเหตุ - ถ้าหากใครสามารถลาพักร้อนในวันที่10 - 12 เมษายน ได้ จะทำให้มีวันหยุดยาว ตั้งเเต่วันที่ 6 -16 เมษายน 2555 รวมวันหยุดทั้งสิ้น 11 วัน
ขอบคุณที่มาจาก http://www.posttoday.com
Thursday, 16 February 2012
มาตรา 80
รัฐต้องดำเนินการตามแนวนโยบายด้านสังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้
(๑) คุ้มครองและพัฒนาเด็กและเยาวชน สนับสนุนการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาปฐมวัย ส่งเสริมความเสมอภาคของหญิงและชาย เสริมสร้างและพัฒนาความเป็นปึกแผ่นของสถาบันครอบครัวและชุมชน รวมทั้งต้องสงเคราะห์และจัดสวัสดิการให้แก่ผู้สูงอายุ ผู้ยากไร้ ผู้พิการหรือทุพพลภาพ และผู้อยู่ในสภาวะยากลำบาก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและพึ่งพาตนเองได้
(๒) ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาระบบสุขภาพที่เน้นการสร้างเสริมสุขภาพอันนำไปสู่สุขภาวะที่ยั่งยืนของประชาชน รวมทั้งจัดและส่งเสริมให้ประชาชนได้รับบริการสาธารณสุขที่มีมาตรฐานอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมให้เอกชนและชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพและการจัดบริการสาธารณสุข โดยผู้มีหน้าที่ให้บริการดังกล่าวซึ่งได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพและจริยธรรม ย่อมได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย
(๓) พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการจัดการศึกษาในทุกระดับและทุกรูปแบบให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม จัดให้มีแผนการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเพื่อพัฒนาการศึกษาของชาติ จัดให้มีการพัฒนาคุณภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ก้าวหน้าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก รวมทั้งปลูกฝังให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกของความเป็นไทย มีระเบียบวินัย คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(๔) ส่งเสริมและสนับสนุนการกระจายอำนาจเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน องค์การทางศาสนา และเอกชน จัดและมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพการศึกษาให้เท่าเทียมและสอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ
(๕) ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาวิจัยในศิลปวิทยาการแขนงต่าง ๆ และเผยแพร่ข้อมูลผลการศึกษาวิจัยที่ได้รับทุนสนับสนุนการศึกษาวิจัยจากรัฐ
(๖) ส่งเสริมและสนับสนุนความรู้รักสามัคคีและการเรียนรู้ ปลูกจิตสำนึกและเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีของชาติ ตลอดจนค่านิยมอันดีงามและภูมิปัญญาท้องถิ่น
Wednesday, 15 February 2012
ความคาดหวังและการรับรู้ (Expectations and Perceptions)
ความคาดหวังและการรับรู้ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่มีต่อการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคของสำนักโรคติดต่อทั่วไป ปี 2555
การสำรวจความคาดหวังและการรับรู้ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่มีต่อการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคของสำนักโรคติดต่อทั่วไป มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความคาดหวังและการรับรู้ของสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่มีต่อการดำเนินงานป้องกันควบคุมโรคของสำนักโรคติดต่อทั่วไป เป็นการศึกษาเชิงสำรวจ (Survey Research) เก็บข้อมูลระหว่างเดือน ธันวาคม 2554 – มกราคม 2555 โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างเจาะจง (Purposive Sampling) กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรของสำนักงานป้องกันควบคุมโรค ที่ 1-12 จำนวน 112 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าความแปรปรวนแบบทางเดียว (One-Way ANOVA)
